Home Blog Page 15

แอปเปิ้ล ! ผลไม้เพื่อสุขภาพที่คุณประโยชน์มากมาย

0

 แอปเปิ้ล ?? นับเป็นผลไม้อีกชนิดที่ผู้คนทุกวัยนิยมรับประทานอย่างแพร่หลายและ ประโยชน์แอปเปิ้ล นั้นก็มีมากมายนอกจากจะนำมาแปรรูปได้หลากหลาย หารับประทานได้ง่าย รสชาติอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เชื่อว่าดีต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยดูแลอาการท้องร่วงหรือท้องผูก ลดขนาดก้อนนิ่ว ป้องกันโรคมะเร็ง หรืออุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงร่างกาย อีกทั้งยังปรากฏงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของแอปเปิ้ลในการรักษาปัญหาสุขภาพหลายมุมมอง เพื่อพิสูจน์ว่าแอปเปิ้ล มีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ ? ส่วนประโยชน์ของแอปเปิ้ลแต่ละสายพันธุ์จะโดดเด่นแตกต่างกันไปตามสีของแอปเปิ้ล คือ

  • แอปเปิ้ลสีแดง ?? จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเยอะที่สุด จึงเหมาะแก่การช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย เป็นต้น
  • แอปเปิ้ลสีชมพู ??  มีสารที่ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและช่วยชะลอความแก่ชราได้ และยังช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ลดไข้ ลดการอักเสบ และยังช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  • แอปเปิ้ลเขียว ?? มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลน้อยกว่าแอปเปิ้ลสีอื่น
  • แอปเปิ้ลเหลือง ?? จะมีสารที่ช่วยในการลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ต้อกระจก และโรคหลอดเลือดหัวใจ

??? ประโยชน์ของแอปเปิ้ล ???

  • แอปเปิ้ลมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย
  • แอปเปิ้ลเหมาะกับการเป็นอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง แม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลแต่ร่างกายก็สามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 10 นาที
  • ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด หากรับประทานเป็นประจำวันละ 2-3 ผล
  • เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด เพราะแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำในปริมาณสูงที่จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
  • เป็นอาหารที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรด ไขข้อรูมาติก โรคเกาต์ ดีซ่าน
  • แอปเปิ้ลก็มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดฝ้าได้เหมือนกันนะ
  • ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก
  • ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
  • ช่วยลดไข้และช่วยลดการอักเสบ
  • ช่วยละลายเสมหะ
  • ช่วยลดความดันโลหิต
  • ช่วยบำรุงหัวใจ

แอปเปิ้ล ?? ไม่เพียงแต่มีประโยชน์เฉพาะเนื้อเท่านั้น สำหรับเปลือกก็จัดว่ามีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว สำหรับใครที่ไม่ชอบรับประทานเปลือก ขอให้รู้ไว้ว่าเปลือกก็มีความสำคัญไม่แพ้เนื้อเลย เนื่องจากมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยกำจัดสารพิษในร่างกายของเรา มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเลิศ และที่สำคัญยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย ซึ่งก็ตรงกับงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุเอาไว้ว่าแอปเปิ้ลนั้น เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ “การรับประทานแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูกจะป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง” แต่ทั้งนี้เวลารับประทานก็ควรจะล้างน้ำให้สะอาดด้วย ( ไม่ต้องปอกเปลือกนะ ขนาดอาดัมกับอีฟยังหม่ำทั้งลูก )

???? โดยคุณค่าทางโภชนาการของแอปเปิ้ลต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะให้พลังงาน 52 kcal และ 220 kJ และยังประกอบไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก และยังประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนอีกด้วย เห็นไหมล่ะค่ะว่าแอปเปิ้ลนั้นมีคุณประโยชน์เต็มๆกันเลย ?✅?

ประโยชน์ของผักผลไม้ 5 สี

0

??? ทุกคนคงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า ผักและผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์และสารอาหารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย แต่หลายคนคงยังไม่ทราบใช่ไหมล่ะคะว่า ผักผลไม้นับว่าเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ และผักผลไม้ยังสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม 5 สี แต่ละสีก็มีสารอาหารและคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป การทานผักผลไม้ให้หลากหลายและครบทั้ง 5 สีจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง ความดันโลหิต มะเร็งบางชนิด เป็นต้นฯ อีกทั้งทำให้ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณสดใส ชะลอความแก่ชราได้อีกต่างหาก  ???

?????????????

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับผักผลไม้ 5 สี ว่ามีสีอะไรบ้าง ? และ แต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร ?

1.ผักผลไม้สีเขียว ?????

ผักผลไม้ที่มีสีเขียว มีสารสำคัญคือ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) , ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องการขับถ่าย ยับยั้งการเกิดริ้วรอย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และ กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

 ผักผลไม้สีเขียว ? : กะหล่ำปลีสีเขียว , บรอกโคลี , คะน้า , หน่อไม้ฝรั่ง , อะโวคาโด , แตงกวา , ผักโขม , ถั่วลันเตา , แอปเปิ้ลสีเขียว , องุ่นเขียวเป็นต้นฯ

2.ผักผลไม้สีแดง ?????

ผักผลไม้ที่มีสีแดงมีสารสำคัญ คือ ไลโคปีน (Lycopene) เบตาไซซีน (Betacycin) และสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก ช่วยลดปริมาณไขมันไม่ดีชนิด LDL-cholesterol ช่วยชะลอการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด ลดความดันโลหิตและลดการแข็งตัวของหลอดเลือด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยจากสิวอีกด้วย

 ผักผลไม้สีแดง ? : มะเขือเทศ , กระหล่ำปลีแดง , พริกแดง , หอมแดง , บีทรูท , แอปเปิ้ลสีแดง , สตรอว์เบอร์รี่ , เชอรี่ , แครนเบอร์รี่ , ราสเบอร์รี่ , มะละกอ , ส้มโอสีชมพู , ทับทิม , องุ่นแดง , แตงโมและดอกกระเจี๊ยบ เป็นต้นฯ

3.ผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน ???

ผักผลไม้ที่มีสีม่วงและสีน้ำเงินมีสารสำคัญ คือ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า ช่วยปกป้องหลอดเลือด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้และตับ มะเร็งเม็ดเลือดขาว และมะเร็งของระบบสืบพันธุ์ ยับยั้งเชื้ออีโคไลในทางเดินอาหารที่ทำให้เกิดท้องเสีย ต้านไวรัส และลดการอักเสบ

 ผักผลไม้สีม่วงและสีน้ำเงิน ? : มะเขือม่วง , กะหล่ำปลีสีม่วง , มันสีม่วง , เผือก , บลูเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่ , องุ่นสีม่วง , ลูกพรุน , ลูกไหน , ลูกหว้า , ข้าวแดง , ข้าวนิล , ช้าวเหนียวดำเป็นต้นฯ

4.ผักผลไม้สีเหลืองและสีส้ม ????

ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้มมีสารสำคัญ คือ แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ เบต้า-แคโรทีน (Beta-carotene) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และวิตามินซี (Vitamin C) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา มีส่วนช่วยพัฒนาการมองเห็นของเด็กเล็ก ลดการเสื่อมของเซลล์ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้ผิวพรรณสดใส

 ผักผลไม้สีเหลืองและสีส้ม ? : แครอท , ฟักทอง , มันเทศ , ข้าวโพด , มันฝรั่งหวาน , พริกสีเหลือง , ส้ม , เสาวรส , มะม่วง , แคนตาลูป , มะละกอ , สับปะรดเป็นต้นฯ

5.ผักผลไม้สีขาว ?????

ผักผลไม้ที่มีสีขาวมีสารสำคัญ คือ แซนโทน (Xanthone) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอาการอักเสบ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง และช่วยลดอาการปวดตามข้อ

 ผักผลไม้สีขาว ? : กล้วย , ลูกแพร์ , น้อยหน่า , ลิ้นจี่ , มังคุด , งาขาว , ขิง , กระเทียม , ผักกาดขาว , หัวไชเท้า , ดอกกะหล่ำ , ดอกแค , เห็ด , มันฝรั่งเป็นต้นฯ

????????????????????????????

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะว่าผักผลไม้ที่เราทานกันอยู่ทุกวันจะแบ่งได้ตั้ง 5 สี และแต่ละสีก็มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นนอกจากจะทานอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว ทุกคนควรทานผักผลไม้ให้ครบ 5 สีในทุกๆ วันด้วยนะคะ ร่างกายจะได้มีภูมิต้านทาน แข็งแรงไร้โรคภัย นอกจากนี้ยังทำให้เราหุ่นดี ผิวพรรณสดใสเต่งตึง หน้าใสอ่อนกว่าวัย เรียกว่าถ้ากินผักผลไม้ให้ครบ 5 สีเราก็จะสวยจากภายในออกมาถึงภายนอกกันเลย ??‍♂️??️‍♂️?

10 สิ่งที่ไม่ควรพลาดสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง !!

0

??? ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน ถือเป็นพื้นที่ที่มีเนื้อที่มากกว่าภาคอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยมีเทือกเขาที่สูงที่สุดในภาคอีสาน คือยอดภูหลวง , ภูพาน และภูกระดึง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย และด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ภาคอีสานมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและแหล่งประวัติศาสตร์มากมาย มี สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติหลากหลาย เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และหมู่บ้านที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม และสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ก็คือ..???

ภูกระดึง หรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ที่ประกอบด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆก็เฝ้าฝันถึง ว่าวันหนึ่งจะขึ้นไปเยือน แต่ด้วยความยากลำบากฝ่าฝันกันกว่าจะขึ้นไปถึงยอดภู มันเลยกลายเป็นเสน่ห์อย่างที่ใครหลายคนจดจำไปนานแสนนาน มาดูกันดีกว่าว่า

???? 10 อย่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปภูกระดึง… ????

  1. ฟังเพลงแนวพื้นบ้านจากลูกหาบระหว่างปีนขึ้นภูเขา

แน่นอนว่าคุณจะได้รับรากของวัฒนธรรมผ่านทางบทเพลงและผ่อนคลายบรรยากาศเครียดๆจากการปีนเขาไปในตัวได้ไม่น้อย เพื่อให้ลูกหาบทำงานได้อย่างเต็มที่อย่างเข้าไปใกล้เขาหรืออยู่ห่างๆ ด้วยความระมัดระวัง

  1. ถ่ายรูปคู่กับป้ายแลนด์มาร์ก

สัญลักษณ์การมาถึง ” ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง ”  เมื่อคุณขึ้นมาเจอป้ายนี้ คุณจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ดอกไม้ในใจก็ค่อยๆบานออกมา

  1. ดูลมชมกวาง

ไม่ต้องห่วงค่ะ น้องกวางจะมาบุกเต้นท์คุณเพื่อให้คุณถ่ายรูปได้เต็มที จะมางัดเต้นท์ขโมยขนมคุณ แต่อย่าไปทำอันตรายน้องเค้านะ เดี๋ยวน้องเค้าก็จะไปเองค่ะ

  1. ถ่ายรูปเหยียบเมฆเท่ห์ๆที่ผาเหยียบเมฆ

นอกจากจะถ่ายคู่กับป้ายแลนด์มาร์กแล้ว การได้ยืนอยู่ในจุดสูงคู่กับก้อนเมฆก็เป็นรูปที่แปลกตาอย่างหนึ่ง

  1. ปั่นจักรยานไปชมพระอาทิตย์ตก

การปั่นจักรยานก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่างหนึ่ง แต่การปั่นแซงชาวบ้านที่เดินเท้าเพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางก่อนเป็นโมเม้นที่ฟินนนนม้ากกกกค่ะ

*จุดชมพระอาทิตย์ตกมีหลายจุด ที่สวยๆหน่อยก็ ผาหมากดูก (อันนี้ใกล้ที่พัก) ผาเหยียบเมฆและผาหล่มสัก อันนี้ก็จะพีคถึงพีคที่สุดของการชมพระอาทิตย์ตก สังเกตได้จากแถวที่ต่อรอคิวถ่ายคู่กับแลนด์มาร์ก ที่พบเจอได้ตามสื่อต่างๆ

  1. กินกาแฟยามเช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น :

ชมพระอาทิตย์ตกแล้ว ก็ต้องชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น กาแฟของคุณจะมีรสชาติมากขึ้นเมื่อต้องกินคู่กับคนรักตอนเช้าๆๆ หืมมม…ฟินมากเลยหล่ะค่ะ แต่ต้องระวังหน่อยนะค่ะเพราะห้องน้ำอยู่ไกลหน่อย

  1. อาบน้ำบนยอดภู

เป็นอะไรที่ท้าทายมากสำหรับเราๆ เพราะอยากบอกว่า หนาวจริ๊งงง !

  1. หมู่จุ๋มบนถนนคนเดิน

เป็นอะไรที่ไม่คาดคิดว่าจะมีให้บริการ และก็ยังมีตลาดอีกด้วย

  1. ใบเมเปิลอีกสัญลักษณ์ของภูกระดึง

การหาดูใบเมเปิลที่ญี่ปุ่นเป็นอะไรที่ง่ายยิ่งนักมีเต็มบ้านเต็มเมือง แต่สำหรับบ้านเรานั้นหาดูยากมาก ที่ยากนี้คือ ไม่รู้จักลักษณะใบเมเปิล แต่จะรู้จักอีกทีก็ตอนที่ใบมันเปลี่ยนเป็นสีแดงค่ะ

  1. ไหว้นมัสการพระพุทธรูป

ไปไหว้ขอพรก่อนกลับกันที่ “ลานพระแก้ว” กับ “ลานพระศรีนครินทร์” เพื่อความสิริมงคลก่อนออกเดินทางไปพิชิตจุดต่างๆ

???? ภูกระดึงยังมีสถานที่ถ่ายรูปอีกมาย และ ที่เที่ยวที่เราได้ไปสัมผัสอีกเยอะแยะค่ะ ซึ่ง ภูกระดึง เป็นอุทธยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย และใครที่ปรารถนาจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อทดสอบแรงกายและแรงใจ ต้องไปลองดูค่ะ !!

สุดท้ายนี้ ฝากช่วยกันรักษาความสะอาด และ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด ทุกฝีก้าวของการเดินอย่าประมาท เพราะถ้าข้อเท้าพลิกหรือเป็นตะคริวขึ้นมาอาจหมดสนุกได้นะค่ะ ????

ต้นไม้ที่ปลูกริมรั้วสร้างสวนส่วนตัวด้วยรั้วสีเขียว

0

จะสร้างความเป็นส่วนตัวสำหรับวันพักผ่อนสบายๆ ในสวนของคุณทั้งที การล้อมรั้วก็อาจจะไม่ได้เป็นเพียงคำตอบสุดท้ายคำตอบเดียวเสมอไปค่ะ เพราะเรายังมีไอเดียการ จัดสวน โดยใช้ต้นไม้ปลูกริมรั้วหลากหลายชนิด ที่สามารถเรียงเป็นแถวเป็นแนว ปิดบังมุมโปรดของคุณได้ตามต้องการ แถมยังทำให้บรรยากาศของพื้นที่สวน มีความร่มรื่น สบายตาขึ้นอีกเป็นกอง

??? ต้นไม้ที่ปลูกริมรั้วสร้างสวนส่วนตัวกับริมรั้วสีเขียว ???

  • ไม้ไผ่

ไม้ไผ่ พืชยอดนิยมซึ่งมักจะนำไปทำฉากกั้นได้หลายรูปแบบ ด้วยลักษณะลำต้นที่เป็นทรงกระบอก สูง และดูแข็งแรง โดยมีสายพันธุ์ที่แนะนำคือ Fargesia ซึ่งเติบโตช้ากว่าต้นไผ่สายพันธุ์อื่น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการดูแล ตัดแต่งใบไผ่บ่อยๆ อีกด้วย

  • ต้นกระบองเพชร

ในสถานการณ์นี้เราไม่ได้หมายถึงกระบองเพชรต้นเล็กๆ แต่หมายถึงต้นขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถนำมาปลูกเรียงรายแทนเสาได้ เพราะรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์จะทำให้สวนของคุณมีกลิ่นอายแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และด้วยความทนต่ออากาศร้อน แห้งแล้ง ก็อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับบ้านของเราก็ได้

  • ต้น Boxwood

เลือกกระถางที่มีความสูงพอเหมาะ ที่จะอุ้มชู Boxwood ต้นไม้ที่มีใบหนาแน่นพอที่จะสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัยได้ ส่วนของใบสามารถตัดแต่งเป็นทรงกลมหรือเหลี่ยมตามต้องการ และส่วนของกระถางสามารถเล่นลวดลายและสีสันได้อีกหลายวิธี

  • ต้น Boxwood เทียม

ถ้าคุณต้องการกำแพงหนาสีเขียวชอุ่ม การเลือกใช้ต้น Boxwood เทียม จะทำให้ฝันของคุณเป็นจริง แน่นอนว่าคุณไม่ต้องรอเวลาสำหรับการเติบโตเหมือนพืชจริงๆ ทั่วไป แต่อาจต้องมีงบประมาณและมีเวลาในการดูแลรักษาความสะอาดของใบที่หนาแน่นเหล่านี้ซักหน่อย แต่ถ้ามีเวลาเพียงพอที่จะดูแลด้วยตัวเอง ก็จะรออะไรอยู่ล่ะ? ซื้อมาแต่งสวนให้สวยได้เลย!

  • ต้น Italian Buckthorn

ไม้พุ่มซึ่งเติบโตได้อย่างรวดเร็ว พุ่งไปด้านบน ตรงกับคุณสมบัติที่เรากำลังมองหา แต่ด้วยลำต้นที่ค่อนข้างสูงทำให้ด้านล่างมักจะมีช่องว่าง จึงควรปลูกบริเวณหน้ากำแพงหรือโครงสร้างต่างๆ เพื่อปกปิดจุดอ่อน แต่ถ้าคุณต้องการช่องว่างด้านล่างให้แสงลอดผ่านบ้าง ต้นไม้ต้นนี้ คงสมบูรณ์แบบสำหรับคุณทีเดียว

  • ต้น Privet

ไม้พุ่มอีกชนิดที่เป็นชั้นหนา เติบโตเร็วและสูงแต่ก็ยังคงใช้เวลาหลายปีกว่าจะสูง แต่ด้วยความหนาแน่นของต้นไม้ชนิดนี้ สวนจึงควรจะมีพื้นที่กว้างพอประมาณเพื่อทำให้ผู้ที่เข้ามาพักผ่อนไม่รู้สึกอึดอัดจากการโอบล้อมของกำแพงสีเขียว

  • ต้น Arborvitae

ไม้พุ่มที่มีรูปแบบใบค่อนข้างมีเอกลักษณ์ต่างจากเพื่อนอยู่เล็กน้อย ทำให้การเลือกใช้ต้นไม้ชนิดนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

  • ต้น Photinia

ใบที่เป็นมันวาวจะเพิ่มสีสัน พื้นผิวที่แตกต่างให้กับสวนของคุณได้อย่างมากมาย มักนิยมใช้สำหรับสร้างรั้วแสนเป็นส่วนตัว และปลูกผสมผสานกับต้นไม้ชนิดอื่นเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ

  • ต้นสน Cypress

หากอยากได้รั้วที่มีเส้นสาย รูปทรงภายนอกที่โดดเด่นดึงสายตา ก็อย่าลืมเลือกใช้ต้นสน Cypress ต้นไม้ที่มีความนิยมมากถึงแม้จะมีอายุค่อนข้างสั้น ใช้ได้ประมาณ 10-20 ปีเท่านั้น

  • พืชเถา

สวยงามและมีประโยชน์มากมาย เหมาะสำหรับใช้ปิดช่องว่างตามรั้วของคุณ ดอกและต้นใบที่เลื้อยพันควรจะได้รับการดูแลและตัดแต่งอยู่เสมอเพื่อไม่ให้รกเลอะเทอะ

เคล็ดลับจัดสวนด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

0

บริเวณบ้านของเรานั้นหากเราไม่ค่อยได้สนใจ บ้านก็จะดูไม่น่าอยู่และพื้นที่สวนก็ปล่อยรกไม่น่ามองมานาน ถึงเวลาหรือยังที่จะลุกขึ้นมา จัดสวน ให้สวยซักที แต่อย่าเพิ่งกังวลว่าต้องจ้างคนมาจัดให้เลยหรือเปล่า ? ลองหัดไม่ใช้เงินแก้ปัญหาแล้วมาออกแรง ออกกำลัง ใช้เวลาว่างกับสมาชิกในครอบครัวให้เกิดประโยชน์กันค่ะ เรามาเริ่มที่ตัวเองก่อนดีกว่า
โดยข้อดีของการออกแบบสวนด้วยตัวเอง คือมันจะตอบโจทย์และตรงสเปคที่สุด เพราะคุณรู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ? ต้องการอะไร ? รวมถึงค่าใช้จ่ายก็ไม่แพง สามารถควบคุมงบประมาณได้อีกด้วย ตั้งแต่การเลือกชนิดของต้นไม้ดอกไม้ เพราะการลงมือทำทุกอย่างเองไม่ได้มีแต่ความเหนื่อยและยุ่งยาก แต่จริงๆแล้วมันสนุกและผลที่ออกมาก็น่าภาคภูมิใจแน่นอน ! และสำหรับคนที่ไม่เคยออกแบบและวางแพลนสำหรับงานจัดสวนเลย ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เรามีเคล็ดลับการจัดสวนแบบง่ายๆ ที่จะทำให้สวนของคุณสวยงามค่ะ..

????? เคล็ดลับจัดสวนด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ?????

1. ลองใช้ดอกไม้สีสดๆ ดูสิ

ดอกไม้สีสันสดใส คือทางเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน เพราะมันจะลดบรรยากาศอึมครึมในบ้าน ทำให้น่ามองขึ้นดึงดูดความสนใจของคนที่ผ่าไปมาและผู้มาเยือนได้ และสีที่จัดจ้านจะทำให้พื้นที่ของสวนได้รับการเติมเต็มกว่าที่เคย
2. ใช้ก้อนหินเพื่อตัดขอบ

ก้อนหินจะเป็นตัวเอกสำหรับการตัดขอบ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้การแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนภายในสวนชัดเจนขึ้น ระหว่างกลุ่มดอกไม้กับพื้นหญ้า พยายามเลือกใช้ก้อนหินที่มีรูปร่างใกล้เคียงกันเพื่อความเป็นระเบียบ และนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว ก้อนหินยังเป็นตัวเลือกที่มีราคาย่อมเยาที่สุดแทนการใช้ก้อนอิฐอีกด้วย
3. พยายามเพาะปลูกเองก่อนที่จะซื้อไม้ต้นใหญ่มา

ถ้ามีเวลาเหลือเฟือ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบร้อน ก็ลองเพาะเมล็ด ปลูกต้นกล้าเองก่อนที่จะซื้อมาสิ รับรองว่าการเฝ้าดูต้นไม้เล็กๆ เติบโต เป็นอะไรที่มีความสุขสุดๆ และวิธีปลูก ต้นไม้ดอกไม้หลายชนิดก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ของอย่างนี้ต้องลองแล้วถึงจะรัก

4. ปุ๋ยคือสิ่งสำคัญ

ไม่ว่าจะเพาะต้นกล้าเองหรือซื้อต้นไม้มา เมื่อนำมาลงดิน สวนของเราก็ควรจะต้องได้รับการดูแล เพิ่มสารอาหารลงไปในดิน และปุ๋ยที่นำมาใช้ ปุ๋ยหมักคืออีกทางเลือกของคนงบน้อย แค่นำของเสียที่เหลือจากวัตถุดิบในห้องครัวมาหมักอย่างถูกวิธี เท่านี้ก็จะได้สิ่งที่สามารถนำมาบำรุงสวนของคุณให้สวยต่อไปได้นานๆ

5. ซื้อต้นกล้าก่อนต้นไม้

ต้นกล้าส่วนมากจะมีราคาถูกกว่าต้นไม้ การทะนุถนอมดูแลก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่งเหมือนกันนะ สำหรับการจัดการสวนของตัวเองให้ร่มรื่นและยังประหยัด แต่ผลที่ได้ตามหลัง 5-10 ปียังไงก็คุ้มค่าแน่นอน

???แค่นี้ก็ทำให้บ้านของเรามีสวนที่สวยงามบรรยากาศในบ้านสดชื่นและสุขภาพจิตใจของผู้อยู่อาศัยดีตามไปด้วยค่ะ???

มาทำความรู้จักกับ วัณโรค ! โรคที่ติดต่อเชื้อได้ง่ายจากการสูดดมอากาศ

0

สภาวะแวดล้อมทุกวันนี้ล้วนมีแต่มลพิษ เชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งเรามีโอกาสเกิดโรคได้ง่ายดาย เพราะ โรคภัยไข้เจ็บ ทุกวันนี้เกิดขึ้นได้เสมอเนื่องจากโลกสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และโรคที่ติดเชื้อได้สภาพแวดล้อมและอากาศ เชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศที่เราสูดดมนั่นคือ….

วัณโรค โรคที่เริ่มจากการติดเชื้อจากผู้คนรอบตัวที่ป่วยเป็นวัณโรค การติดเชื้อนั้นเป็นไปอย่างง่ายดายมาก คล้ายกับการติดเชื้อหวัดจากการไอ จาม โดยละอองเสมหะที่ลอยปะปนอยู่บนอากาศหากเราสูดดมเข้าปอดไป เชื้อร้ายนั้นมันก็จะเข้ามาสิงอยู่ภายในปอด เข้าสู่กระบวนการฟักตัวและเกิดการสะสม จนมันเริ่มยึดพื้นที่ภายในปอดบริเวณที่มีออกซิเจนแน่นหนามากที่สุด ในการอาศัยและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเงียบเชียบ หากแต่ระยะเวลานานกว่าหลายเดือนหรือปีเลยทีเดียว กว่าเราจะรู้เท่าทันว่าตนเองติดเชื้อวัณโรคเสียแล้ว เมื่ออาการป่วยของโรคเริ่มแสดงอย่างชัดเจนในวันที่สุขภาพร่างกายมีสภาวะภูมิคุ้มกันโรคที่อ่อนแอลง แต่ไม่ต้องเป็นกังวลกันไปนะคะ เพราะวัณโรคก็คล้ายกับโรคอื่นๆ ที่หากเราค้นพบกันตั้งแต่เนิ่นๆ หรือหากได้รับการรักษาอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ โอกาสในการรักษาจนหายขาดย่อมมีสูงเช่นเดียวกัน

วันนี้เรานำสาระความรู้ดีๆเกี่ยวกับ “ วัณโรค ” มาฝากกันให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับวัณโรคกันมากขึ้นเพื่อจะได้ป้องกันไว้ก่อน ???‍⚕️?

วัณโรค (Tuberculosis)

เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส(Mycobacterium tuberculosis) หรือเรียกกันโดยย่อว่า TB เป็นโรคที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีออกซิเจนอยู่ปริมาณมาก โดยเฉพาะปอด ซึ่งเชื้อนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยวัณโรคมักมีอาการไอติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดเป็นแผลขึ้นภายในและหากปวดมากก็ย่อมส่งผลให้เสียชีวิตลงได้

เชื้อวัณโรคสามารถติดต่อได้จากทางไหนบ้าง ?

คุณจะสังเกตได้ว่า ผู้ป่วยวัณโรคส่วนใหญ่มักจะมีอาการไอ – จามเป็นประจำ และนั่นก็คือ ช่องทางที่ทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบพลอยได้รับเชื้อไปด้วย นอกเหนือจากการไอและจามแล้ว แม้แต่การพูดคุยกันก็ยังสามารถแพร่เชื้อวัณโรคไปสู่ผู้อื่นได้ด้วยนะคะ เพราะเชื้อนั้นจะออกมาพร้อมกับน้ำลายและละอองเสมหะ ทั้งยังลอยปะปนอยู่ในอากาศเป็นเวลานานอีกด้วย ยิ่งหากเป็นสถานที่อับชื้นที่ไม่มีอากาศระบายถ่ายเทดีหรือไม่ค่อยมีแสงสาดส่องมาถึงอย่างเช่น ตลาดสด โรงภาพยนต์ ตามห้างสรรพสินค้า รถประจำทางและเครื่องบิน เป็นต้น หากสูดหายใจรับเอาเชื้อวัณโรคเข้าปอดไปก็ย่อมทำให้โอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่ในกรณีของผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรงหรือมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ก็ย่อมเกิดการต้านเชื้อได้ดีกว่าผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอ โดยเฉพาะเด็กและคนชรา

นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังอย่างโรคไตและเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ เสพยาเสพติดหรือดื่มสุราก็มีความเสี่ยงในการติดเชื้อวัณโรคได้สูงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เชื้อวัณโรคจะไม่สามารถแพร่กระจายบนอากาศได้ หากสถานที่นั้นๆ เต็มไปด้วยแสงแดดหรือหากมันเผชิญกับแสงอุลตร้าไวโอเลตมันก็จะตายลงในที่สุดได้ด้วยเช่นกัน

อาการของผู้ป่วยวัณโรค ??

  • ผู้ป่วยวัณโรคจะมีอาการอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง
  • หนาวสั่น ไข้ต่ำ ในตอนกลางคืนมักจะมีเหงื่อออก
  • เมื่อเริ่มป่วยในระยะแรกมักจะมีอาการไอแห้ง หลังจากนั้นจะเริ่มไอแบบมีเสมหะ เมื่อเข้านอนก็จะยิ่งมีอาการไอหนักมาก ทั้งช่วงเวลาหลังจากตื่นนอนตอนเช้าและในหลังอาหารด้วย
  • อาการไอเรื้อรังจะคงอยู่เป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ บางรายที่ไอมากๆ จะมีอาการหอบด้วยหรือไอเป็นเลือดก้อนแดงๆ หรือเลือดสีดำปนออกมาพร้อมกัน
  • ในรายที่เป็นเด็กอาการจะรุนแรงหนักกว่าผู้ใหญ่เพราะภูมิคุ้มกันโรคต่ำกว่า
  • ผู้ป่วยบางรายที่ยังเป็นน้อยๆ อาจจะไม่มีอาการไอเลย ทว่าจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกแทนค่ะ

ผักและผลไม้เราจำเป็นต้องกินมากแค่ไหน ? และประโยชน์ของผักผลไม้คืออะไร ?

0

ประโยชน์ของผักผลไม้  ????? นั้นมากมายมหาศาล ผักและผลไม้ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีคุณสมบัติของการเป็นแหล่งใยอาหาร ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลและไขมัน และยังช่วยทำให้ระบบการย่อย ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติอีกด้วย นอกจากนี้ผักและผลไม้บางชนิดยังมีสารพิเศษที่ช่วยทำหน้าที่คล้ายยาป้องกัน และ รักษาโรคบางชนิด

เราควรรับประทาน ผักและผลไม้ มากแค่ไหน ?

ข้อแนะนำเพื่อสุขภาพทั่วโลกเกี่ยวกับผักและผลไม้มีความคล้ายคลึงกัน คำแนะนำในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ล่าสุดในรายงานกว่า 90 ฉบับพบว่า ในแต่ละวันควรรับประทานผักห้าส่วนและผลไม้สองส่วน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพที่ดี

ทำไมเราควรรับประทานผักและผลไม ?

เพราะผักและผลไม้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่น ไวตามิน เกลือแร่ และกากใย รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีที่สำคัญต่างๆ ซึ่งจะเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ลดคอเลสเตอรอล ลดการท้องผูก และช่วยป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด

ประโยชน์ที่สำคัญอีกข้อหนึ่งในการรับประทานผักและผลไม้ทุกวันคือจะช่วยทดแทนอาหารที่คุณต้องการลดปริมาณให้น้อยลง เช่น อาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง น้ำตาล และเกลือ กากใยในผักและผลไม้จะทำให้อิ่มท้อง จึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดี

??? ประโยชน์ของผักผลไม้ ???

ผักผลไม้เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย การรับประทานผักผลไม้เป็นประจำจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงมีอายุยืนยาว ผักผลไม้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของ การเกิดโรคต่าง ๆ รวมไปถึงโรคมะเร็ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคมะเร็งลำไส้) ช่วยป้องกันความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย ช่วยระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติ และช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ ผักผลไม้บางชนิดยังสามารถใช้เป็นยาสมุนไพรเพื่อบำบัดและรักษาโรคบางชนิด ได้อีกด้วย เช่น ไข้หวัด ร้อนใน โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ตาฝ้าฟาง แผลอักเสบ เหน็บชา เป็นต้น ผักผลไม้บางชนิดก็เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักได้เป็น อย่างดี เช่น กล้วย แอปเปิ้ล มะละกอ ผักสลัด ถั่ว หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด เป็นต้น การรับประทานผักผลไม้สามารถช่วยพัฒนาสมอง เสริมสร้างความจำ และเป็นอาหารสมองได้เป็นอย่างดี เพราะสารอาหารที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท มักจะพบได้ในอาหารจำพวกผักใบเขียว ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ช่วยบำรุงสายตา ผักผลไม้บางชนิดจะมีวิตามินสูง สารอาหารที่ชื่อว่าลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin) เป็นสารอาหารที่สำคัญในการบำรุงสายตา โดยผักผลไม้ที่วิตามินเอสูง ได้แก่ แครอท ฟักทอง ผักบุ้ง ผักคะน้า ตำลึง มะละกอ มะม่วงสุก เป็นต้นฯ

สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้ !!

0

คนเราในปัจจุบันอาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่ง สภาพอากาศของแต่ละที่สามารถส่งผลให้เราเกิด โรคภัยไข้เจ็บ ได้ง่ายๆ ซึ่งโรคที่มักเกิดได้ตามสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมรอบข้าง นั่นก็คือ โรคภูมิแพ้ นั่นเอง ! ซึ่งเป็นโรคที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในทุกที่ทั่วโลก โดยเป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารกระตุ้น ที่ในคนที่ปกตินั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรของพืช แต่ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะเกิดการตอบสนองที่มากผิดปกติต่อสารเหล่านี้ จึงทำให้เกิดอาการอักเสบกับอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระยะเวลาที่อาการจะแสดงออกมาหลังจากสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ อาจจะใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ และคนที่เป็นภูมิแพ้ยังมีการตอบสนองไวกว่าปกติต่อสิ่งที่ไม่ใช่สารกระตุ้น หรือสารก่อภูมิแพ้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ฝน ความกดอากาศต่ำ ซึ่งภาวการณ์ตอบสนองนี้ อาจจะอยู่นานเป็นวันหรือเป็นเดือน และสามารถเกิดอาการได้โดยไม่ต้องสัมผัสสารก่อภูมิแพ้

สาเหตุของการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดได้จากทั้งเรื่องของพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีการค้นพบว่า ถ้าใครมีบิดาหรือมารดาป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ บุคคลนั้นก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยเช่นกัน โดยมีโอกาสเป็นประมาณ 30 – 50% แต่ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้กันทั้งบิดามารดา บุคคลนั้นก็จะมีโอกาสเป็นมากขึ้นประมาณ 50 – 70% ในขณะที่ คนที่มีบิดามารดาไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้เลยจะมีโอกาสเป็นอยู่ที่ 10% เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังไม่มีหนทางที่จะแก้ไขปัจจัยทางพันธุกรรมได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันตัวเองไม่ให้โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นด้วยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และสารระคายเคืองต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ ไรฝุ่น เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดการเป็นภูมิแพ้ และป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ขึ้นมาได้

เริ่มต้นของโรคภูมิแพ้จะเกิด ด้วยการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เช่น การสูดดม การสัมผัสกับผิวหนัง หรือจากการรับประทาน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้นด้วยการหลั่งสารก่อการอักเสบต่างๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้มีการพัฒนาเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถผลิตแอนติบอดี ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ๆ เมื่อภายในร่างกายมีแอนติบอดีแล้ว ก็จะทำให้ร่างกายมีความไว ต่อสารก่อภูมิแพ้ชนิดนั้นเพิ่มมากขึ้น จากนั้นในครั้งต่อไปที่ร่างกายได้รับหรือมีการสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ระบบภูมิคุ้มกันและแอนติบอดีก็จะตอบสนอง และก่อให้เกิดการกระตุ้นของเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแมสต์เซลล์ ซึ่งจะหลั่งสารที่เรียกว่าฮีสตามีน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการที่ไม่พึงประสงค์ของโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้จะเกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านี้

  • เกสรของดอกไม้ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ไข้ละอองฟาง
  • ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยในครัวเรือน
  • สะเก็ดเล็ก ๆ ของผิวหนังหรือขนสัตว์
  • อาหาร โดยเฉพาะถั่วบางชนิด อาหารทะเล ไข่และนมวัว
  • แพ้พิษจากแมลงกัดต่อย รวมถึงอาการแพ้ที่เกิดจากเหล็กใน
  • ยา โดยเฉพาะยาไอบูโพรเฟน แอสไพริน และยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น อามอกซีซิลิน
  • ยางที่ใช้ในการทำถุงมือ และถุงยางอนามัย
  • สารเคมีที่ใช้ในครัวเรือน เช่น สารเคมีในผงซักฟอกและน้ำยาเปลี่ยนสีผม

ชนิดของโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ตามระบบการทำงานของร่างกาย

  1. โรคภูมิแพ้ที่เกิดกับทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหืด
  2. โรคภูมิแพ้ที่ทำให้โพรงจมูกอักเสบหรือ โรคแพ้อากาศ
  3. โรคภูมิแพ้ที่เกิดกับทางผิวหนัง
  4. โรคภูมิแพ้ทางตา
  5. โรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรงที่มีอาการเกิดกับหลายระบบ

อาการโดยรวมของโรคภูมิแพ้

อาการโดยรวมที่เกิดจากปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน มักจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาทีหลังจากที่ร่างกายได้รับสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ โดยอาการทั่ว ๆ ไปที่อาจจะเกิดขึ้น ได้แก่ จาม น้ำมูกไหล คัดจมูก เยื่อบุตาขาวแดง คันตา น้ำตาไหล หอบ ไอ มีผื่นคันสีแดง รวมถึงยังทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการเพิ่มมากขึ้น

อาการแพ้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะไม่รุนแรง แต่บางครั้งปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่รุนแรงแบบเฉียบพลัน (ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะช็อก และมีอันตรายถึงชีวิต ผู้ป่วยควรการรักษาทางการแพทย์ในทันที ?????‍⚕️?

10 ไอเดียการจัดสวนแบบง่ายๆ ไม่ว่าพื้นที่ตรงไหนก็ทำได้ !!

0

สวนเป็นพื้นที่ผ่อนคลายสำหรับคนในบ้านอีกจุดหนึ่ง เอาไว้นั่งอ่านหนังสือ นั่งกินกาแฟต่างๆกันไป เเต่ละบ้านก็จะมีพื้นที่หรือมุมที่จะจัดสวนสวยๆ ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะมีพื้นที่เล็ก บางคนอาจจะมีพื้นที่กว้าง หรือบางบ้าน อาจจะไม่มีส่วนของพื้นดินไว้ให้ปลูกต้นไม้เลยก็มี และสำหรับใครที่กำลังอยากจะจัดสวนสวยๆอยู่ แต่พื้นที่ไม่มากเท่าไหร่..

เรามีไอเดีย การจัดสวน แบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ ไม่ว่าพื้นที่ตรงไหนในบ้านก็สามารถกลายเป็นสวนสวยๆ มุมสวยๆไ้ด้

???? ไอเดียการจัดสวนแบบง่ายๆ ????

  1. สวนหย่อมที่มุมบ้าน มุม มักจะเป็นจุดที่เราลืมไปเสมอ จริงๆ เเล้วเราสามารถตกเเต่งมุมให้สวยงามเเละใช้ประโยชน์ได้ด้วยการจัดสวนหย่อมเล็กๆ ไว้ที่มุมนี่เเหละ หาไม้พุ่ม ไม้ดอกที่คุณชอบมาปลูกไว้เพียงเท่านี้คุณก็จะได้สวนหย่อมน้อยๆ ที่สวยงามพร้อมให้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือได้เเล้ว.
  2. สวนผักกินได้ ให้บ้านสวยได้ด้วย การปลูกพืชผักสวนครัวนอกจากจะได้ประโยชน์ในเรื่องเอาไว้ทำอาหารกินในครอบครัวเเล้ว เหล่ากระบะผักสวนครัวที่จัดวางเอาไว้ที่สนามหญ้านั้นดูเเลง่ายเเละช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านคุณดูสวยงามขึ้นอีกด้วย
  3. ผนังเขียวกับพื้นที่สวนสีเขียว สำหรับผนังสีเขียวสดใสของบ้านนั้นถ้าเสริมความสดชื่นให้ดูมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นไปอีกหน่อยด้วยการปลูกต้นไม้สีเขียวๆ ที่ริมผนัง ยิ่งจะทำให้ผนังสีเขียวของบ้านคุณนั้นยิ่งดูสดชื่นยิ่งขึ้น
  4. สวนตกเเต่ง มาดูสวนที่ได้รับการตกเเต่งดูบ้าง พื้นที่นอกชายเเบ่งพื้นที่เล็กๆ ออกมาเป็นสวนตกเเต่ง ปูสนามหญ้าเล็กๆ วางด้วยทางเดินหินตกเเต่งริมกำเเพงด้วยต้นไม้ใส่กระถาง เป็นสวนสวยที่ดูเป็นสัดส่วนเเละยังดูเเลง่าย
  5. สวนน้อยข้างโรงจอดรถ สำหรับพื้นที่บริเวณโรงจอดรถนั้น อาจจะเป็นที่ท้ายๆ ที่เราจะคิดว่าสามารถจัดสวนได้ สร้างกรอบกระถางเสริมขึ้นมาอีกเล็กน้อยเเละปลูกต้นไม้ต้นเล็กๆ เอาไว้ได้ตามต้องการ คุณลองจินตนาการดูว่าเวลาที่ลงจากรถเมื่อกลับบ้านมาเเล้วได้เจอกับดอกไม้เหล่านั้น คุณจะสดชื่นสายตาเเค่ไหน
  6. สวนริมกำเเพงเเบบเรียบง่าย การตกเเต่งสวนที่ไม่ต้องจัดอะไรมาก อย่างเช่นมุมสวนริมกำเเพงนี้วางเเนวหินให้โค้งออกมาจากกำเเพงเล็กน้อย เเล้วปลูกต้นไม้ที่ไล่ระดับกันเล็กน้อย คุณก็จะได้สวนสวยๆ เเล้ว
  7. สวนหย่อมปกปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า บางครั้งพื้นที่นอกบ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างคอมเพลสเซอร์เเอร์วางไว้ เราสามารถใช้สวนหย่อมช่วยปกปิดความไม่เรียบร้อยนั้นได้โดยใช้ไม้ใบเล็กๆ ปลูกไว้ด้านหน้าเล็กน้อย
  8. สวนริมหน้าต่าง สวนหย่อมเล็กๆ ข้างหน้าต่างจะเป็นวิวที่เเสนน่ารักให้กับบ้านของคุณ วิธีจัดสวนก็เเสนง่าย ชอบอะไรจัดเเบบนั้นได้เลย อย่างเช่นสวนนี้ที่มีไม้สนเป็นพุ่มสวย ปลูกผสมผสานไปกับไม้พุ่มจิ๋วๆ สลับสีกันไป ตกเเต่งเพิ่มเติมด้วยก้อนหินเล็กๆ วางเป็นเเนวโค้งให้ดูเป็นธรรมชาติ
  9. สวนหินมุมบ้าน สวนหินมุมบ้านจัดเอาไว้อย่างเรียบง่าย พื้นหินกรวดสีน้ำตาลดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องดูเเลมากก็สวยได้ ปลูกไม้เพิ่มเติมเพื่อความสวยงามได้
  10. สวนหย่อมโดดเด่นท่ามกลางทางเดิน สำหรับกำเเพงไม้ที่ดูมีเสน่ห์นี้ ชวนให้มองอยู่เเล้ว เเต่เมื่อคุณปลูกพุ่มไม้เล็กๆ ทีริมกำเเพงเพิ่มไปนั้นก็จะทำให้กำเเพงไม้ที่สวยอยู่เเล้วกลับมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งขึ้นไปอีก ลองหาไม้ใบที่มีสวยเเบบเรียบง่ายไม่ต้องฉูดฉาดบาดตามาปลูกดูสิ

และนี่ก็คือไอเดียการจัดสวนในบ้านแบบง่ายๆ ทั้งต้นไม้ดอกไม้ จับนั่น!ใส่นี่ ! ก็สามารถเป็นสวนย่อมๆ

ให้เราได้ผ่อนคลายสบายตากันได้แล้วค่ะ ???????

สถานที่ท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์กับบรรยากาศของสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย !!

0

? ??? สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ? ???

เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวเมืองไทย ยอดนิยมแห่งหนึ่งชมสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย พร้อมชมบรรยากาศดีๆ 2 ฟากฝั่งของสะพาน..
แต่ก่อนจะเข้าถึงสะพานมอญ มารู้จักกับเมืองชายแดนอย่าง อ.สังขละบุรี กันซักหน่อย !
สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่าห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 215 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” คือ สถานที่ซึ่งลำน้ำ 3 สาย ได้แก่ ซองกะเลีย บิคลี่ และ รันตี ไหลมาบรรจบกัน เป็นที่มาของแม่น้ำแคว เมืองแห่งสายน้ำ ทัศนียภาพโดยรวมของ สังขละบุรี ถูกล้อมด้วยขุนเขา มี แม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศพม่าไหลผ่าน เป็นส่วนหนึ่งของวิถีริมแม่น้ำสองฝั่ง เชื่อมชนชาติมอญทั้งไทยและพม่าไว้ด้วยกัน แม่น้ำซองกาเลีย เป็นชื่อเรียกภาษามอญ แปลเป็นไทยว่า “ฝั่งโน้น” เป็นแม่น้ำสายที่แบ่งเขตแดน อ.สังขละบุรี ออกเป็นสองฟากฝั่งหนึ่งคือตัวอำเภอ เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ และบรรดาที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนไทยพูดภาษากลาง ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านของชาวมอญ ทั้งที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปี และที่เพิ่งอพยพมาอยู่ใหม่ สังขละบุรี จึงกลายเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม และมีชาวมอญตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

สังขละบุรี ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความงามของธรรมชาติ การเดินทางไปได้ไม่ยาก อาจมีระยะทางที่เป็นโค้งบ้าง แต่ไม่ได้เยอะอะไร มีทั้งรถตู้และรถประจำทาง คอยให้บริการนักท่องเที่ยว สามารถไปเที่ยวคนเดียวได้อย่างปลอดภัยเลยค่ะ

ประวัติของสะพานมอญ
สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ยาวประมาณ 900 เมตร ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และยาวเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สะพานมอญแห่งนี้ ! มีหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นผู้ดำเนินการสร้างสะพานไม้นี้ขึ้น จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวมอญที่มีศรัทธาต่อองค์หลวงพ่ออุตตมะ โดยใช้ท่อนไม้ต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่ใต้เขื่อนเขาแหลมมาเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้าง ซึ่งสะพานมอญเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2528 จนมาแล้วเสร็จในปี 2530 และมีการซ่อมแซมปรับปรุงครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 5 เมื่อปี 2554 สำหรับสาเหตุที่ต้องซ่อมแซมสะพาน อุตตมานุสรณ์หรือสะพานมอญขึ้นมาใหม่นั้น เนื่องจาก มีน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากพัดพาตอไม้ มาปะทะกับตอม่อสะพานมอญ จนทำให้ช่วงกลางสะพาน ซึ่งเป็นแนวร่องน้ำพังลงมารวมระยะทางรวมกว่า 50 เมตร และเป็นสาเหตุทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ที่เคยใช้สะพานมอญเป็นเส้นทางสัญจรกันประจำ ไม่สามารถเดินทางเหมือนเดิมได้ โดยช่วงที่ผ่านมา ชุมชนชาวมอญ ทหารกล้า และผู้มีจิตอาสา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสะพานลูกบวบ ที่มีความยาวกว่า 300 เมตร กว้าง 6 เมตร เป็นเส้นทางสัญจรสำรองให้กับชาวบ้าน ก่อนสะพานไม้แห่งนี้สร้างเสร็จ และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว สะพานลูกบวบ ก็ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ! ที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายเดินทางมาชมจำนวนมาก
สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือ สะพานมอญ เปิดใช้งานได้ ก็มีนักท่องเที่ยวอีกจำนวนไม่น้อย ที่ตั้งหน้าตั้งตามาชมความสวยงามของสะพานแห่งศรัทธานี้ เดินทางมาชมไฮไลท์ของ สังขละบุรี และเป็นแลนด์มาร์คที่ใครมา สังขละบุรีก็ต้องแวะมาถ่ายรูป มาสัมผัสภาพชีวิตที่เดินข้ามฝั่งไปมา ภาพเด็กๆ กระโดดเล่นน้ำ หรือแม้แต่ภาพวิถีชาวแพในแม่น้ำ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลสาบ เขื่อนวชิราลงกรณ์ และแสงยามเช้าที่สวยงาม พร้อมสัมผัสวิถีชาวบ้านกลางสายหมอก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมเป็นจำนวนมาก และนี่คืออีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และน่าไปอีกที่หนึ่งของเมืองไทยเราเลยค่ะ ????