“เกาะบรูเออร์ทะเลพม่า” ความมหัศจรรย์ของน้ำทะเลสีฟ้า และโลกใต้น้ำที่เป็นดั่งอัญมณี

ท้องทะเลสีฟ้าราวคริสตัล ท้องฟ้าใสสีคราม หาดทรายแสนนุ่มเท้า และความเงียบสงบที่เหมือนโลกทั้งใบนั้นเป็นของเรา นี่คือความรู้สึกที่ปลุกประสาทสัมผัสของเราขึ้นมาเมื่อได้มาสัมผัสกับเกาะบรูเออร์ในน่านน้ำทะเลพม่า!

บอกเลยว่าใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายทะเลสักครั้งหนึ่งในชีวิตควรมาที่นี่! ในดินแดนที่ห่างไกลออกมาจากพื้นแผ่นดินไทยเพียงแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง ทะเลในฝั่งพม่ามีความสวยงามและสิ่งมหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งในวันนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกัน

การเดินทางสู่เกาะบรูเออร์นั้นจะต้องใช้บริการของบริษัททัวร์ Sea Star ซึ่งเป็นบริษัททัวร์เจ้าเดียวที่ได้สัมปทานการนำเที่ยวที่เกาะบรูเออร์ ซึ่งฟังตอนแรกว่าเป็นทะเลฝั่งพม่า หลายคนอาจจะคิดว่าเดินทางยากลำบาก แต่แท้จริงแล้วเพียงคุณนั่งเครื่องบิน หรือรถทัวร์มาลงที่จังหวัดระนองเท่านั้น ทาง Sea Star ก็จะจัดการเรื่องการเดินทางให้คุณทุกอย่างเลยทีเดียว

เริ่มต้นการเดินทางกันที่ท่าเรือส่วนตัวของ Sea Star ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังร้านอาหารเคียงเล ซึ่งบริเวณท่าเรือจะมีขนมนมเนย รวมไปถึงน้ำดื่มและน้ำหวานให้นักท่องเที่ยวได้ทานรองท้องกันก่อนจะออกทะเล หลังจากนั้นจะทำการพี่ไกด์ของเราก็จะทำการให้ข้อมูลรวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลของเกาะบรูเออร์และโปรแกรมทัวร์ของเราในวันนี้ ซึ่งไกด์สุดน่ารักของเราในวันนี้ได้แก่พี่ลาเต้นั่นเอง

หลังจากฟังข้อมูลรวมถึงข้อห้ามในการท่องเที่ยวกันแล้ว ก็ได้เวลาออกไปผจญภัยในทะเล โดยเราจะได้รับสน็อคเกิ้ลและฟินสำหรับการดำน้ำ คนละ 1 ชุด เมื่อพร้อมแล้วก็ตรงไปที่ท่าเรือได้เลย

เรือที่จะพาเราไปในวันนี้ จะเป็นเรือสปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ที่สามารถจุนักท่องเที่ยวได้เกิน 20 คนเลยทีเดียว ก่อนอื่นที่จะเดินทางไปสู่เกาะบรูเออร์ ทาง Sea Star จะพาเราไปทำเรื่องผ่านแดนที่เกาะสอง ในเขตฝั่งพม่ากันก่อน ซึ่งเกาะสองนี้ก็เปรียบเสมือนด่านผ่านแดน ที่หากใครต้องการจะผ่านเข้าไปท่องเที่ยวในฝั่งทะเลพม่า จะต้องมาทำเรื่องที่นี่กันก่อน ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น เราก็สามารถผ่านแดนไปได้แบบผ่านง่ายๆ แถมยังมีเวลาให้ขึ้นไปถ่ายรูปเช็กอินกันบนแผ่นดินพม่า บนเกาะสองได้อีกด้วย

ต่อจากเกาะสองเรือพาเรามุ่งหน้าสู่เกาะบรูเออร์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ชมวิวทะเลระหว่างทาง เสียบหูฟัง ฟังเพลงโปรดกันไปเพลินๆ ไม่นาน เราก็เดินทางมาถึงเกาะสวรรค์แห่งนี้กันแล้ว

เพียงแค่มองไปที่เกาะจากบนเรือก็เห็นได้เลยว่าน้ำทะเลที่นี่มีความใสสะอาดแค่ไหน สีน้ำและพื้นทรายบนชายหาดตัดกันอย่างเห็นได้ชัด ประทับใจตั้งแต่แรกเห็นเลยทีเดียว

เกาะบรูเออร์มีลักษณะเป็นเกาะที่มีลักษณะยาวและมีเอกลักษณ์พิเศษคือมีชายหาดคู่กันสองฝั่งเมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นได้ชัดเจน จนเป็นที่มาของชื่อ Twin Beach นั่นเอง

เมื่อเรือพาเรามาส่งที่เกาะแล้วก็ได้เวลาไปเดินเล่นเก็บเกี่ยวความทรงจำกัน เราโชคดีมากๆ เพราะในวันนี้ท้องฟ้าสดใส มีเมฆน้อย แดดไม่แรงจนเกินไป แต่ยังพอมีแสงให้ถ่ายรูปกันได้แบบงามๆ ยิ่งประกอบกับความสวยงามของสีน้ำทะเลที่บอกได้เลยว่าความสวยงามของสีน้ำทะเลนี้ไม่แพ้กับเกาะดังๆ ในประเทศไทยเลยทีเดียว แถมจะดูสวยงามกว่าเสียด้วยเพราะที่นี่ยังคงดิบและสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ทั้งชายหาดไม่มีคนหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ เลยมีเพียงแต่กลุ่มของเราเท่านั้นที่ได้มาเดินเล่น เปรียบดั่งว่าเป็นเกาะส่วนตัวที่มีแต่เราเท่านั้น ก็ว่าได้

มองไปรอบตัวเจอแต่พลังบวกของผู้คนที่กำลังอิ่มเอมกับความสวยงามของธรรมชาติเบื้องหน้า บางคนนอนพักผ่อนชมทะเลที่ค่อยๆ ซัดเข้าหาชายฝั่ง บางคนโพสต์ท่าถ่ายรูปกับท้องทะเลเพื่อเก็บเป็นความทรงจำ บางคนเดินเล่นไปตามชายหาดรับลมทะเล แต่ทุกๆ คนล้วนมีความสุขกับสิ่งที่ได้สัมผัสบนเกาะแห่งนี้

เดินถ่ายรูปหามุมสวยๆ กันได้แบบอิสระถึงประมาณเที่ยงทาง Sea Star ก็จัดเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้เราทานบนเกาะบรูเออร์กันเลย โดยเมนูอาหารกลางวันบอกเลยว่าไม่ธรรมดา แม้จะอยู่บนเกาะ เพราะรสชาติอาหารที่นี่จัดเต็มมากๆ แถมวัตถุดิบซีฟู้ดก็สดแบบสุดๆ ทั้งกุ้ง ทั้งปลาหมึก ทั้งแมงกะพรุน และที่ถือเป็นทีเด็ดเลยก็ว่าได้นั่นก็คือน้ำพริกกะปิที่นำมาทานกับอะไรก็อร่อย มื้อนี้บอกเลยว่าฟิน

หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นั่งพักผ่อนให้ย่อยกันสักนิดก่อนจะออกเดินทางไปดำน้ำกันต่อ ซึ่งเราถือว่านี่เป็นการจัดโปรแกรมที่ดีมากๆ เพราะทาง Sea Star ได้พาเราขึ้นมาเที่ยวถ่ายรูปเล่นกันบนเกาะก่อน เพราะบางที่เราซื้อทัวร์ดำน้ำแล้วมักจะพาเราไปดำน้ำก่อนแล้วค่อยไปถ่ายรูปบนเกาะซึ่งบางทีเราแต่งตัวกันมาเพื่อจะถ่ายรูปก่อนก็ต้องผิดแผนเพราะตัวเปียกอาจจะได้รูปภาพที่ไม่สวยเท่าที่ควรนั่นเอง

Copyright © 2018. All rights reserved.