ประโยชน์และสารอาหารจากผักโขม

ผักโขม นั้นเป็นผักที่หลายๆคน และหลายประเทศทั่วโลกรู้จักกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นผักที่ขึ้นตามแหล่งธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นริมทาง , ป่าละเมาะ , ป่ารกร้างรวมทั้งในสวนผักผลไม เป็นต้นฯ ซึ่งผักโขมยังได้รับการนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพอีกทั้งคนที่ทานมั้งสวิรัติ ถือเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ โดยแท้จริง สำหรับในประเทศไทยเองก็นิยมกินผักโขมมานานมากเช่นกัน ซึ่งผักโขมก็แบ่งออกเป็นหลายชนิดด้วยกัน เช่น ผักโขมบ้าน , ผักโขมสวน , ผักโขมฝรั่งและผักโขมจีน นั่นเอง ซึ่งชนิดที่คนส่วนมากนิยมกินและมีวางขายกันทั่วไปก็คือ ผักโขมจีนนั่นเอง ! ผักโขม ยังเป็นผักที่ให้คุณประโยชน์และสรรพคุณทางยามากมาย ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง , โรคเบาหวาน , โรคโลหิตจาง , ความดันโลหิตสูงและช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย เนื่องจากผักโขมมีทั้งโปรตีน , วิตามิน , กรดอะมิโนและสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก , แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เป็นต้นฯ และผักโขมยังเป็นผักที่บำรุงน้ำนมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนได้ดี ถึงแม้ผักโขมจะเป็นผักใบเขียวแต่ก็มีเบต้าแคโรทีนสูง โดยมีสารลูทีนและสารเซอักแซนทินซึ่งเป็นสารแคโรทีนอนด์อยู่เป็นจำนวนมาก และสารทั้ง 2อย่างนี้ มีสรรพคุณช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา ลดความเสี่ยงจากโรคดวงตาเสื่อมได้ถึงร้อยละ 43 อีกทั้งยังมีผลในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และมีสารซาโปนินที่ช่วยลดคอลเลสเตอรอลในเลือดได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ผักโขมยังมีเส้นใยอาหารมากจึงช่วยในเรื่องระบบการขับถ่ายและลดความเสี่ยงการเกิดเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย และเหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิวเพราะการทานผักโขมจะช่วยให้ร่างกายสามารถผลิต คอลลาเจนได้มากขึ้นกว่าเดิม มีข้อพิสูจน์แล้วว่าการรับประทานอาหารจำพวกผักสีเขียว เช่น บรอกโคลี่และผักโขมนั้นจะสามารถช่วยในเรื่องความทรงจำของผู้หญิงที่สูงวัยและป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วนทั้งในผู้ชายและผู้หญิงในช่วงวัยกลางคนได้

ผักโขม มีทั้งสารอาหารมากมายอีกทั้งหลากหลายความอร่อยและคุณประโยชน์ที่ได้รับจากการกินผักโขม ถือเป็นสิ่งที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาดในการเลือกกินผักโขมเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากจะเป็นผักที่รสชาติไม่ขมและทานได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบเป็นเมนูอาหารได้อีกหลายเมนู ส่วนใครที่กำลังอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักก็อย่าลิมกินผักโขมกันด้วย เพราะผักโขมช่วยให้อิ่มท้องอยู่นาน และยังมีคอเลสเตอรอลต่ำและควรใส่ใจในการปรุงให้สุกไม่แนะนำให้กินผักโขมแบบดิบๆ เพราะในผักโขมจะมีกรดชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ออกเซลิคแอซิดอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งสารชนิดนี้ จะมีส่วนทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซับธาตุเหล็กในตัวมันได้ จึงไม่ควรกินผักโขมแบดิบๆ ควรนำมาปรุงให้สุกก่อนเพื่อเป็นการฆ่ากรดออกเซลิคแอซิทนั่นเองค่ะ

Copyright © 2018. All rights reserved.