ท่องเที่ยวตามรอย บุพเพสันนิวาส

0
115

ตามรอย “บุพเพสันนิวาส” ชมสถานที่ถ่ายทำและสถานที่สำคัญในละคร กับสถานที่ท่องเที่ยวไทยสวย ๆ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เหมือนย้อนเวลากลับสู่อดีต ต้องรีบเก็บไว้ในลิสต์ที่เที่ยววันหยุดครั้งต่อไป

เพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่ตอน “บุพเพสันนิวาส” ก็ทำเอาแฟนละครติดหนึบกันแล้วค่ะ เพราะโปรดักชั่นและฝีมือการแสดงของนักแสดงที่ดีเกินคาด จึงทำให้ละครเรื่องนี้มาอยู่ในใจผู้ชมเรียบร้อยแล้ว แต่สังเกตไหมคะ ว่าสถานที่ถ่ายทำในละครเรื่องนี้นั้นสวยงามมาก ๆ ทำให้ละครเรื่องนี้ยิ่งน่าสนใจขึ้นอีกเท่าตัว เราก็เลยแอบไปเก็บรายละเอียดของสถานที่ถ่ายทำและสถานที่สำคัญจากละครเรื่องนี้มาฝากกัน มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันค่ะ

1. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม เป็นฉากที่สำคัญในหลาย ๆ ตอนของเรื่องบุพเพสันนิวาส ตั้งแต่ฉากเริ่มเริื่องแรก ๆ ที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์ได้มาหาข้อมูลทางโบราณคดีที่วัดแห่งนี้ จนพบเจอกับวิญญาณของการะเกด หรือแม้แต่ฉากที่การะเกดกำลังจะตาย ก็ได้มองวัดนี้เป็นภาพสุดท้าย และยังมีอีกหลายตอนที่มีอ้างอิงถึงวัดแห่งนี้

วัดไชยวัฒนาราม เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในช่วง พ.ศ. 2173 โดยพระเจ้าปราสาททอง กษัตริย์อยุธยาในสมัยนั้นโปรดให้สร้างขึ้น ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ละมุมของฐานมีปรางค์ประจำทิศตั้งอยู่ด้วย ซึ่งเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนต้น นอกจากนี้ก็ยังมีจุดอื่น ๆ ที่ห้ามพลาด อาทิ ระเบียงคด, พระอุโบสถ, เมรุ, ภาพปูนปั้น, พระประธาน เป็นต้น เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ในช่วงเวลา 19.30-21.00 น. จะมีการเปิดไฟส่องไปยังโบราณสถานภายในวัด บรรยากาศสวยงามมาก

2. วัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดพุทไธศวรรย์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในเรื่องบุพเพสันนิวาส ตามเนื้อเรื่องวัดนี้จะเป็นสถานที่ฝึกดาบฝึกอาคมของลูกศิษย์อาจารย์ชีปะขาว รวมทั้งหมื่นสุนทรเทวา (ภายหลังเลื่อนยศเป็นขุนศรีวิสารวาจา) และหมื่นเรืองราชภักดี การะเกดได้ลอดผ่านม่านอาคมของอาจารย์ชีปะขาวเข้ามายังบริเวณวัดแห่งนี้

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก บริเวณตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 1896 เป็นพระอารามหลวงที่พระองค์โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ในการสถาปนากรุงศรีอยุธยา และเมื่อครั้งที่เสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310 วัดนี้ไม่ได้ถูกกองทัพพม่าทำลายมากนัก ปัจจุบันจึงยังมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ สิ่งที่โดดเด่นภายในวัด ก็คือ ปรางค์พระประธาน มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบขอมสีขาวสวยงาม นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่น่าเที่ยวชม อาทิ มณฑป 2 หลังที่อยู่ด้านข้างของปรางค์พระประธาน, พระอุโบสถ, หมู่พระเจดีย์สิบสององค์, วิหารพระนอน, พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, พระนอน เป็นต้น

3. วัดธรรมาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดธรรมาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา มีอายุไม่ต่ำกว่า 400 ปี อดีตที่นี่เป็นฐานที่มั่นในการตั้งค่ายของพม่า เพราะอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ใกล้กับปากแม่น้ำลพบุรี และมีทุ่งกว้างเรียกว่า ทุ่งประเชต อยู่ด้านหลังของวัด แต่เมื่อเสียกรุง ในปี พ.ศ. 2310 วัดนี้ก็ถูกเผาทำลาย แต่เมื่อขึ้นสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่อีกครั้ง ความสำคัญของวัดธรรมารามอีกหนึ่งข้อคือ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศ มีพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่สำคัญดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส คือ พระอุบาลีมหาเถระ พระสงฆ์ที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับพุทธศาสนาในสมัยนั้น และปัจจุบันก็มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พระอุบาลีมหาเถระขึ้นที่นี่ด้วย โดยจัดแสดงประวัติ เครื่องใช้ เครื่องอัฐบริขารของพระอุบาลีมหาเถระจากประเทศศรีลังกา เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น.