ความสำคัญ เอนไซม์ ที่มีต่อร่างกาย

เอนไซม์ มีความสำคัญต่อร่างกาย

เอนไซม์ คือ  โปรตีนชนิดหนึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีในสิ่งมีชีวิต  ไม่มีเอนไซม์ก็ไม่มีชีวิต  ปฏิกิริยาทางชีวเคมีในร่างกายสร้างได้เอง  แต่ไม่ทันกับการดำรงชีวิต  ยกตัวอย่างมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมวิ่งเข้าสู่ปอด  ร่างกายสร้างปฏิกิริยาปกป้องใช้เวลา  3  เดือน  ช้าไม่ทันกาล  เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมวิ่งเข้าปอดแล้วแต่ถ้าเรามีเอนไซม์สมบูรณ์ปฏิกิริยาจะเกิดเพียงใน  1  นาทีแรกที่เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย  เพราะปฏิกิริยาเคมีจะถูกเร่งโดยเอนไซม์ให้เกิดพลังงานจาก  3  เดือน  มาเป็น  1  นาที  เพราะฉะนั้น  เอนไซม์มีความสำคัญต่อทุกปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย  คือ  ในทุก  ๆ  เซลล์ของร่างกาย  ซึ่งมีรวมกันมากกว่า  60 ล้าน  ๆ  เซลล์  ทำงานภายใต้กิจกรรมของเอนไซม์  ถ้าไม่มีเอนไซม์ร่างกายก็จะไม่มีการหายใจ  ไม่มีการย่อยอาหาร  ไม่มีการเจริญเติบโต  ไม่มีการคิด  ไม่มีการนอน  ดังนั้นถ้าขาดเอนไซม์  ชีวิตย่อมอยู่ไม่ได้

เราได้เอนไซม์  2  ทาง  คือ

1.ผลิตเอง  โดยตับอ่อนแต่อายุมากขึ้น  ประสิทธิภาพการผลิตก็ลดลง

2.ได้รับจากอาหาร  เอนไซม์ในอาหารก็ถูกทำลายโดยความร้อน  การแปรรูปอาหาร  เราจึงขาดเอนไซม์

ทำไมเราจึงต้องการ เอนไซม์

เพราะเรารับประทานอาหารที่ผ่านการใช้ความร้อน  อาหารแปรรูปทำให้เอนไซม์สูญเสียคุณสมบัติไปแม้กระทั่ง การคั้นน้ำผลไม้  ด้วยเครื่องก็ยังทำลายเอนไซม์เพราะมีความร้อน  การเก็บเกี่ยวผลผลิต ระยะเวลาการเดินทางของวัตถุดิบ  กว่าจะมาถึงมือผู้บริโภค  ล้วนทำให้เอนไซม์ลดลงเรื่อย  ๆ  เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว  ยังมียาฆ่าแมลง  สารปรุงแต่งที่มีสารพิษ  ดังนั้นกระบวนการทำงานทั้งหมดของร่างกาย  ต้องอาศัยเอนไซม์เราจึงต้องเสริมเอนไซม์ให้ร่างกาย

เอนไซม์แบ่งเป็น  3  กลุ่มใหญ่

1.เมตาโบลิคเอนไซม์(METABOLIC  ENZYME)
เอนไซม์ชนิดนี้อยู่ในเลือด  เนื้อเยื่ออวัยวะต่าง  ๆ  มีบทบาทสำคัญในปฏิกิริยาช่วยเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานภายในเซลล์ของคนเรา  เอนไซม์มีบทบาทหน้าที่สลายของเสียที่เซลล์ไม่ต้องการ เช่น  เอนไซม์ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
2.เอนไซม์ในอาหาร(FOOD  ENZYME)มีอยู่ในอาหารสด  ผักสด  ผลไม้สด  อยู่ในเซลล์สัตว์และเซลล์พืช  ช่วยย่อยอาหารให้กลายเป็นโมเลกุลเล็ก  ๆ
3.เอนไซม์ย่อยอาหาร(DIGESTIVE  ENZYME)
เป็นเอนไซม์ที่อยู่ในร่างกายทางเดินอาหารของคนและสัตว์  สร้างจากเนื้อเยื่อบุกระเพาะลำใส้  จากตับและตับอ่อนทำหน้าที่ย่อยอาหารให้มีขนาดเล็กลงเป็นโมเลกุลเล็ก  ๆ  จนสามารถถูกดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้ ในต่างประเทศได้นำเอนไซม์มาใช้กับโรคเอสแอลอี ภูมิแพ้ ไมเกรน  ภูมิคุ้มกันต่ำ  เส้นเลือดหัวใจอุดตัน  ตับอักเสบ  ตับแข็ง  แผลเรื้อรังจากเบาหวาน  เก๊าท์  เหน็บชา  สะเก็ดเงิน  ไตวาย   และมะเร็ง  โรคทั้งหมดเกิดจากความบกพร่องของเอนไซม์ เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของเซลล์ต่าง  ๆ  ในร่างกายถดถอยลง  อีกทั้งอุปนิสัยการกินอาหารในปัจจุบันที่รับประทานปรุงสุกทำให้เอนไซม์ในอาหารถูกทำลายต้องทำงานหนักในการผลิตเอนไซม์ขึ้นมาเพื่อย่อยอาหาร  แต่ไม่เพียงพอ  จึงเกิดการทำงานที่ผิดปกติในร่างกาย  อาหารเป็นสิ่งแปลกปลอมแบบหนึ่งที่เข้าสู่ร่างกายของคนเรา  ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เราเรียกว่า  ภูมิต้านทาน  บางครั้งการตอบสนองนี้จะรุนแรงถึงขั้นช็อค  หรือเสียชีวิตได้  ถ้าการตอบสนองมีน้อยก็อาจจะทำให้เกิดโรคเรื้อรังบางอย่างได้ ทำไมคนที่เร่ร่อนกินขยะ กินเศษอาหารที่บูดเน่าอยู่ในถังขยะ จึงมีชีวิตอยู่ได้ทั้ง  ๆ  ที่มีโอกาสเสียชีวิตง่ายแต่กลับมีชีวิตอยู่ได้  เพราะในอาหารที่บูดเน่ามียีสต์  ปฏิกิริยาที่ออกมาจากยีสต์คือ  เอนไซม์  ส่วนคนที่ถูกสอนให้กินอาหารสะอาด  ปรุงสุก  ร่างกายจะแข็งแรงไม่มีโรค  แต่ทำไมร่างกายจึงอ่อนแอ  ก็เพราะอาหารปรุงสุกจะไม่มีเอนไซม์

อาหารเป็นยา

กินอาหารก็เหมือนกับการกินยาป้องกันโรค  ช่วยรักษาโรค  แต่พอมาดูคำว่า  “อาหารเสริม”
ในแง่ทางกฏหมายกลับกลายเป็นว่า  อาหารเสริมไม่ใช่ยา  แถมข้างขวดยังถูกกฏหมายบังคับไว้อีกด้วยว่า
“ไม่มีผล  ในการป้องกันหรือรักษาโรค”  ยกตัวอย่างคนลดน้ำหนัก  คนส่วนมากกลับเสียเงินซื้อยาลดน้ำหนัก
หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก  เพราะอยากกำจัดไขมันออกจากร่างกาย  ส่วนมากก็ได้ผลในระยะแรก  ๆ  แล้วก็กลับมาเหมือนเดิม  หนังสือทั้งหลายก็จะเขียนกรรมวิธีใหม่ ๆ  ที่จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์ หรือมีวิธีลดน้ำหนักโดยใช้อาหาร  แต่ไม่มีใครอธิบายว่าสาเหตุที่สำคัญสุดคือ  การชาดสมดุลย์ของเอนไซม์ยาลดน้ำหนักมักจะมียาที่ทำให้ไม่หิว  จึงไม่อยากรับประทาน  จึงทำให้น้ำหนักลด  เมื่อเลิกกินยาน้ำหนักก็กลับมา
ยาส่วนใหญ่มีฤทิ์ข้างเคียง  คนที่ใช้ยาลดน้ำหนักจะเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนปกติ

ภาวะรอบตัวที่ทำให้เราต้องกินเอนไซม์

1.อาหารที่เรารับประทานเข้าไปบางส่วนก็มีสิ่งปนเปื้อน  เช่น  สารตะกั่วที่ละลายมากับหม้อก๋วยเตี๋ยว  หรือกระบวนการหุงอาหาร

2.น้ำดื่มจากตู้เย็น  อาจมีสารตะกั่วออกมาด้วย

3.ข้าวที่กินกันในประเทศไทยก็ไม่ปลอดภัย  เคยมีสารแคดเมี่ยมปะปนอยุ่ในข้าวสารที่ปลูกในบางจังหวัดทางภาคเหนือ  เมื่อกินเข้าไปก็มีโรคตามมา  เช่น  โรคกระดูก  ไตวาย

4.สารพิษที่มีอยุ่ใน  ดิน  น้ำ  อากาศ  อาหาร  อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง  ๆ  ในชีวิตประจำวัน  สีทาบ้าน  ของเด็กเล่น  เครื่องสำอาง  กระเป๋าสตางค์ก็มีโลหะหนักปนเปื้อน  โลหะหนักเป็นสาเหตุหนึ่งของสารพัดโรคเรื้อรัง  ตั้งแต่ความดันโลหิตสูง  โรคหัวใจ  โรคหลอดเลือด  และ  มะเร็ง  การตรวจหาโลหะหนักไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะเวลาที่โลหะหนักถูกดูดซึมเข้าร่างกายแล้ว  จะอยู่ในกระแสเลือดไม่นาน  การตรวจเลือดเพื่อหาโลหะหนัก  ว่ามีสะสมอยู่ในร่างกายมากน้อยขนาดไหนนั้น  ไม่สามารถบอกได้  ต้องตรวจพิเศษ  เช่น  การตรวจเล็บ  เส้นผม การสะสมของโลหะหนักในร่างกายจะทำให้เกิด  ‘’อนุมูลอิสระ”บนผนังเซลล์ของหลอดเลือดและก่อเกิดคลอเลสเตอรอลและแคลเซี่ยมมาเกาะทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัวตีบตันมากขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

ดิน  น้ำ  อากาศ  เป็นแหล่งอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของพืช  ถ้าในดิน  หรือ  อากาศมีสารพิษหรือโลหะหนักเจือปนอยู่  ก็อาจทำให้พืชชนิดนั้นดูดซึมเอาสารพิษ  หรือโลหะหนักเข้าไปไว้ในส่วนของพืชได้  เมื่อสัตว์ไปกินพืชก็จะได้รับสารพิษหรือโลหะหนักนั้น  สุดท้ายคนไปกินสัตว์หรือพืช  คนก็จะรับมาด้วย  การกินเข้าไปทุกวันนี้แหละเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ร่างกายเสียสมดุลจากการกินไม่เป็น  กินตามวัฒนธรรมต่างประเทศ

เอนไซม์มีหน้าที่อะไร

1.เป็นตัวเร่งในการย่อยและดูดซึมอาหารทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพเพื่อนำไปใช้  ถ้าระบบการย่อยได้ไม่ดี  ถึงกินอาหารที่ดีก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ  ทั้งสิ้น

2.ควบคุมและเร่งปฏิกิริยาเคมีทุกชนิด  ถ้าไม่มีเอนไซม์ปฏิกิริยาเคมี  จะเกิดช้าจนชีวิตไม่สามารถอยู่ได้เปรียบเสมือน  กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้

3.เอนไซม์แต่ละชนิดมีหน้าที่เฉพาะตัวและจะทำปฏิกิริยาเคมีจำเพาะกับสารตั้งต้นที่ถูกกำหนดเท่านั้น  เอนไซม์ชนิดย่อยแป้ง  จะไม่ย่อยโปรตีน  เอนไซม์ชนิดย่อยไขมันจะไม่ย่อยแป้ง

4.เอนไซม์บางชนิดจะส่งเสริมภูมิต้านทานโรค

5.ป้องกันโรคแห่งความเสื่อมทั้งหลาย  เช่น  มะเร็ง  หัวใจ  เบาหวาน  ความดัน

6.ช่วยระบบไหลเวียนเลือด  เอนไซม์มีความสำคัญในการป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนลดความเหนียวชองเกล็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด ทำให้คลอเรสเตอรอลลดความเข้มข้นลงดังนั้นการไหลเวียนเลือดจะดีขึ้น

7.ลดการอักเสบไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม  เพราะเอนไซม์มีหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง  ๆ ลดอาการบวม  รักษาบาดแผล  และเร่งสร้างเซลล์ชึ้นมาใหม่

8.ทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม

9.กำจัดสิ่งแปลกปลอมในเลือด  เช่นสารพิษที่ดูดซึมจากลำใส้ใหญ่อันเกิดจากากอาหารที่ไม่ย่อยรวมกับสารอาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์

10.กำจัดของเสียในร่างกาย  โดยเร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอม  ดังนั้นเอนไซม์  จึงทำให้หลอดเลือดสะอาด

11.เปลี่ยนเซลล์ใหม่ให้ร่างกาย  เช่น  ใบหน้า  จะเปลี่ยนเซลล์ทุก  ๆ  28  วัน  คนชรามีเอนไซม์น้อยทำให้การเปลี่ยนเซลล์ช้าลง  จึงมีรอยเหี่ยวย่น  ดังนั้นการกินเอนไซม์จะทำให้แก่ช้าลง  เร่งการสมานแผล  ป้องกันการเกิดแผลเป็น

12.ทำลายแบคทีเรียที่ไม่ดี  แต่สร้างแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

13.เสริมให้ยาที่ผู้ป่วยรับประทานประจำมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 3-4  เท่า

14.กำจัดเซลล์ที่ผิดปกติ  เช่น  มะเร็ง  เนื้องอก  เป็นต้น

15.เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง

16.ยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดไฟบริน

17.ปรับเปลี่ยนคุณภาพของร่างกาย  สามารถสร้างเซลล์ปกป้องร่างกายและทำลายอนุมูอิสระที่ทำให้เกิดโรค

ประโยชน์ของเอนไซม์

1.เป็นตัวร่วมกับวิตามินและเกลือแร่  ถ้าไม่มีเอนไซม์เป็นตัวร่วม  วิตามินและเกลือแร่ก็ไม่มีประโยชน์  ร่างกายไม่สามารถเอาไปใช้ได้  เอนไซม์จึงเป็นผู้สร้างเซลล์  สร้างอวัยวะ  สร้างร่างกายและสร้างชีวิต

2.ใช้บำบัดโรค  เช่น  โรคอ้วน  ข้ออักเสบ  ผิวเหี่ยวย่น  ความดันโลหิตสูง  การอุดตันของหลอดเลือด  โรคหัวใจ  ภูมิแพ้  มะเร็ง สร้างภูมิต้านทาน   ภาวะหมดประจำเดือน  โรคตับ  กระเพาะอาหาร  เบาหวาน  เอดส์  ระบบไหลเวียนของโลหิตและกลิ่นปากเหม็น

3.ใช้โรยแผล  ทำให้แผลหายเร็วขึ้น  เนื่องจากเอนไซม์จะช่วยกระตุ้นให้สร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่  เมื่อแผลหายเร็วแผลเป็นก็น้อย

4.ใช้รักษาบริเวณน้ำร้อนลวก

5.แมลงกัดต่อย  บวม  ผสมน้ำทาจะยุบเร็ว

6.ใช้ผสมรดน้ำต้นไม้ ทำให้ต้นไม้แข็งแรงสดชื่น

7.เวลาหุงข้าวใส่เอนไซม์จะทำให้ข้าวนุ่มขึ้น

8.ผสมน้ำทาหน้า  ทำให้ผิวหน้าสดใส  ผิวแดงเกิดเซลล์ใหม่  ผิวหน้ามันก็จะดีขึ้น

9.ใช้หมักเนื้อเอนไซม์จะช่วยย่อยโปรตีน  ทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

10.ใช้ล้างกลิ่นคาวปลา  ใช้คลุกเนื้อที่เหม็น  เอนไซม์จะช่วยย่อยเซลล์ที่ตายแล้ว  ล้างออกจะเหลือเนื้อที่ดี

11.ช่วยในระบบการย่อยอาหาร  ทำให้ร่างกายลดการผลิตเอนไซม์ที่ใช้ย่อยอาหาร  อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทำงานได้  เนื่องจาก  การทำงานของเมตาบอลิคเอนไซม์และเอนไซม์เหล่านี้จะนำโปรตีน ไขมัน  คาร์โบไฮเดรตมาสร้างเป็นร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และทำงานได้อย่างเป็นปกติ  เอนไซม์เปรียบเสมือนแรงงานที่ทำหน้าที่สร้างร่างกายขึ้นจากโปรตีน  คาร์โบไฮเดรตและไขมัน  เหมือนกับการสร้างบ้านมีอุปกรณ์  แต่ไม่มีช่างก่อสร้าง  ก็ไม่สามารถจะสร้างบ้านได้

12.ช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน(เมตาบอลิซึม)อวัยวะและเนื้อเยื่อทุกส่วน  จะมีเมตาบอริซึมเอนไซม์  ที่จำเพาะเจาะจงของอวัยวะและเนื้อเยื่อของแต่ละส่วน  ทำหน้าที่แตกต่างออกไปจากอวัยวะอื่น  ๆ  เช่น  ในหลอดโลหิตแดง  มีเอนไซม์อยู่ถึง  98  ชนิด  แต่ละชนิดทำหน้าที่แตกต่างกัน  เอนไซม์เหล่านี้โปรตีน  ไขมัน  และคาร์โบไฮเดรต  มาสร้างเป็นร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์และทำงานได้อย่างปกติ  ร่างกายของมนุษย์  อวัยวะ  เนื้อเยื่อ  ถูกควบคุมโดยการทำงานของเมตาบอลิค เอนไซม์  เปรียบเสมือนแรงงานที่ทำหน้าที่สร้างร่างกายขึ้นจากโปรตีน  คาร์โบไฮเดรตและไขมัน

13.ช่วยในกระบวนการซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของร่างกาย

14.ช่วยรักษาภาวะสมดุลต่าง  ๆ  ในร่างกาย  เช่น  ระดับฮอร์โมนในร่างกายความเป็นกรดเป็นด่างของเลือด

15.ช่วยชะลอความแก่  การเร่งปฏิกิริยาการทำงานในการย่อยอาหาร  ให้สมบูรณ์  ทำให้ได้สารอาหารต่าง  ๆ  มาเสริมสร้างผิวพรรณให้สดใส  จริง  ๆ  แล้วความอ่อนวัยเกิดมาจากขบวนการในร่างกาย  ไม่ใช่การชโลมทาเพียงเปลือกนอก

16.ช่วยรวมธาตุเหล็ก  ประกอบลงไปในเม็ดเลือดแดงช่วยทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด  ทำให้เลือดหยุดไหลเมื่อเกิดบาดแผล

สรุปเอนไซม์จำเป็นสำหรับทุกปฏิกิริยาเคมีในร่างกายอวัยวะเราทุกส่วนเนื้อเยื่อเราทุกชิ้น และเซลล์เราทุก ๆ  เซลล์สามารถทำหน้าที่ได้ด้วยการขับเคลื่อนของเมตาบอลิซึมของเอนไซม์และเอนไซม์เป็นแหล่งที่สร้างพลังงานให้กับร่างกาย  ถ้าไม่มีเอนไซม์ในร่างกายก็ไม่สามารถใช้สารอาหารทั้ง  45  ชนิดได้อย่างเต็มที่

Copyright © 2017. All rights reserved.